วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553
Type Of Address
Connection-Oriented Servers
วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553
Switch คืออะไร ? และทำงานอย่างไร ?
ต่อจากนั้นจะใช้ Protocol ARP ที่มีอยู่ใน Protocol TCP/IP มาใช้ในการค้นหา MAC Address ของ คอมพิวเตอร์ปลายทาง ที่ต้องการจะติดต่อด้วย โดย Protocol ARP จะทำการ Broadcast Frame นี้ไปยังทุก Port ของ Switch เรียกว่า ARP Request เมื่อคอมพิวเตอร์ที่มี IP Address ตรงกับ IP Address ที่ต้องการติดต่อทราบ ก็จะตอบกลับว่านี่เป็น IP Address ของคอมพิวเตอร์ปลายทางเครื่องนั้นจริง มันจะตอบกลับพร้อมกับใส่ค่า MAC Address ของมันลง ใน ARP Reply ในแบบ Broadcast ด้วย ซึ่งจะทำให้ Switch รับทราบด้วย
Collision Domain คือการเชื่อมคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งเข้าด้วยกัน คอมพิวเตอร์ทั้งหมดติดต่อสื่อสารกันได้และข้อมูลก็อาจจะเกิดการชนกันได้ ทำให้เกิดการรับส่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง การแก้ไขการชนกันของข้อมูลนั้น ต้องใช้กฏกติกาการรับส่งข้อมูลเข้ามาช่วยเช่น CSMA/CD (Carrier Sense Multiple Access/Collision Detect) เป็นหนึ่งในกติกานั้น ซึ่งจะคล้ายกับสัญญาณไฟจราจรที่มีการหลีกเลี่ยงกันและกันในทางแยก Collision Domain เกิดจากเชื่อมต่อเข้าหากันด้วยอุปกรณ์ Hub ซึ่งในการเชื่อมต่อ Hub ต่อกันไปเรื่อยๆ ทั้งหมดจะอยู่ใน Collision Domain เดียวกัน ดังนั้นจะมี Collision Domain ขนาดใหญ่มากทำให้มีข้อมูลวิ่งเต็มไปหมดและมีโอกาสเกิดการชนกันของข้อมูลได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการรอคอยที่ยาวนานกว่าจะสามารถทำการรับส่งข้อมูลได้ทำให้ มี Switch เข้ามาทดแทนดังในปัจจุบันนั่นเอง
หน้าที่การทำงานของเราท์เตอร์(Router)
1. การเลือกทางเดินที่สั้นที่สุด
การเลือกทางเดินที่สั้นที่สุด เป็นวิธีการที่ถูกนำไปใช้มากที่สุด หลักการทำงานเริ่มต้นด้วยการสร้างรูปกราฟของระบบเครือข่ายย่อยโดยแต่ละโหนดในรูปกราฟแทนเราท์เตอร์แต่ละตัวในเครือข่าย และให้เส้นเชื่อมโหนดแทนสายเครือข่ายที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างเราท์เตอร์
2. การเลือกเส้นทางที่เหมาะที่สุด
เป็นหลักการพื้นฐานของการหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ที่ไม่ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของระบบเครือข่ายแบบใด
3. อัลกอริทึมการเลือกทางเดินแบบ Flooding
เป็นแบบสถิตย์ ถือไม่มีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของระบบจจะส่งแพ็กเก็ตไปทุกทิศทาง วิธีนี้จะเกิดการซ้ำซ้อนกันของข้อมูล เหมาะกับงานเกี่ยวกับกิจการทางทหาร วิธีการแบบฟลัดดิ้งสามารถปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นเรียกว่า "วิธีฟลัดดิ้งบางทิศทาง"
4. เลือกทางเดินแบบ Flow Base
การเลือกเส้นทางในแบบนี้จะมีการพิจารณาปริมาณของข้อมูลในระบบเป็นหลัก คือ ถ้าเกิดเส้นทางการเดินทางมีปริมาณข้อมูลมากในเส้นทางนั้น ก็ให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นอื่นแทน แม้ว่าระยะทางจะมีมากว่าก็ตามเป็นการเลือกทางเดินแบบสถิตย์ ที่นำเอาข้อมูลทางด้านโครงสร้างเครือข่าย และปริมาณข้อมูลมาพิจารณาด้วย
5. การเลือกทางเดินแบบ Distant Vector
เป็นการเลือกทางเดินแบบ พลวัตรที่ได้รับความนิยมมาก เราท์เตอร์ทุกตัว จะต้องสร้างตารางเก็บข้อมูล และหาเส้นทางที่ดีที่สุด จะต้องส่งตารางข้อมูลทุกช่วงเวลา และเลือกเดินเส้นทางที่เวลาน้อยที่สุด
เทคโนโลยี ถัดจากการต่อด้วยโมเด็ม 56k
วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553
Modem 56k ก่อนจะมี Router
เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร และรับส่งข้อมูลกันบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่อง โอยอาศัยตัวกลางจำพวกสายโทรศัพท์และสาย Fiber Optic ในการส่งผ่านข้อมูล หลักการทำงานโดยคร่าวของโมเด็มก็คือ เปลี่ยนข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของสัญญาณดิจิตอลให้เป็นสัญญาณเสียงเพื่อให้สามารถส่งผ่านไปตามสายโทรศัพท์ได้ และในทางกลับกันก็รับเอาสัญญาณเสียงที่ถูกส่งผ่านมาตามสายโทรศัพท์จากโมเด็มอีกฟากหนึ่งมาแปลงกลับให้เป็นข้อมูลในรูปแบบของสัญญาณดิจิตอลแบบเดิม ปัจจุบันโมเด็มที่มีวางขายและใช้งานกันโดยทั่วไป ถ้าแบ่งออกตามเทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลจะแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ
Dial-Up Modem (56K Dial-UP)

เป็นโมเด็มแบบอนาล็อคที่ใช้ในการรับส่งสัญญาณผ่านระบบโทรศัพท์แบบธรรดา เวลาเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในแต่ละครั้งจำเป็นจะต้องหมุนหมายเลขโทรศัพท์ไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เร็ต (ISP) ด้วย มาตราฐานล่าสุดที่ใช้กันในปัจจุบัน คือ V.92 ซึ่งให้ Bit Rate หรืออัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดที่ 56/33.6 Kbps (รับข้อมูลขาลงจากอินเทอร์เน็ต หรือ Download ที่ความเร็ว 56 Kbps และส่งข้อมูล ขาขึ้น Upload ที่ความเร็ว 33.6 Kbps)
ADSL Modem (High-Speed Internet)

เป็นโมเด็มแบบดิจิตอลที่ใช้เทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารและรับส่งข้อมูลกันด้วยระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนคู่สายโทรศัพท์แบบะรรดา โดยเลือกใช่ย่านความถี่ที่ไม่มีในการใช้งานอินเทอร์เน็ต (โมเด็มแบบ Dial-Up ในระหว่างใช้งานอินเทอร์เน็ตจะำม่สามารถใช้โทรศัพท์ปกติไปพร้อมๆกันได้) อีกทั้งเวลาเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในแต่ละครั่ง ก็ไม่จำเป็นต้องหมุนหมายเลขโทรศัพท์เหมือนกับ 56k Dial-Up อีกด้วย ปัจจุบันเทคโนโยยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Hing-Speed Internet) และโมเด็มของ ADSL นี้กำลังเป็นที่นิยมและได้กลายเป็นมาตรฐานที่ใช้งานกันโดยทั่วไป ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกใช้ความเร็วได้ตามต้องการจากผ๔้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) เช่น 256/128, 512/256 และ 1024/512 Kbps เป็นต้น โดยแต่ละความเร็วจะมีอัตราค่าบริการแต่กต่างกันไปสำหรับอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดด้วยระบบ ADSL ในปัจจุบันจะอยู่ที่ 8192/1024 Kbps หรือก็คือ รับส่งข้อมูลขาลงจาก ISP (Download) ด้วยความเร็วสูงสุด 16 Mbps และส่งข้อมูลขาขึ้นไปหา ISP (Uplpad) ด้วยความเร็วสูงสุด 1 Mbps
Dial - up เป็นโมเด็มที่ ใช้สายโทรศัพท์ทองแดงแบบดั้งเดิมในการส่งสัญญาณ อะนาล็อก
CCITT คือ คณะกรรมการระหว่างประเทศที่ระบุโมเด็ม วิธีการและเครื่องแฟกซ์ส่งข้อมูลเพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานร่วมกันระหว่างโมเด็มได้จำแนกโมเด็มผ่านสายโทรศัพท์ตาม มาตรฐาน ดังต่อไปนี้การปรับ
• Bell & 212A 103M : มาตรฐานสูงอายุ Bell 103 ส่งที่ 300 bps ที่ 300 baud 212A ส่งและที่ 1200 bps ที่ 600 baud
• V.21 : สามารถที่จะเพียง 300 bps เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศส่วนใหญ่ที่ใช้นอกประเทศสหรัฐอเมริกา
• V.22 : 1200 bps สามารถในการที่ 600 baud ส่วนใหญ่ที่ใช้นอกประเทศสหรัฐอเมริกา
• V.22bis : ในและสหรัฐอเมริกาออกก็จะสามารถที่ 600 2400 bps baud ใช้
• V.23 : ใช้ส่วนใหญ่ในยุโรปจะช่วยให้โมเด็มส่งและรับข้อมูลได้ในเวลาเดียวกันที่ 75 bps
• V.29 : ทางเดียว ( ครึ่งเพล็กซ์ - ) มาตรฐานที่ใช้ส่วนใหญ่สำหรับเครื่องโทรสาร สามารถที่จะ 9600 bps
• V.32 : เพล็กซ์เต็ม มาตรฐานความสามารถในการ 9600 bps ที่ 2400 baud V.32 โมเด็มโดยอัตโนมัติปรับความเร็วในการส่งผ่านของพวกเขาขึ้นอยู่กับสายที่มีคุณภาพของ
• V.32bis : รุ่นที่สองของ V.32, มันเป็นความสามารถในการ 14,400 bps มันจะยังเข้าสู่ทางเลือก V.32 ถ้าสายโทรศัพท์เป็นทางการ
• V.32ter : รุ่นที่สามของ V.32, ความสามารถในการ 19,200 bps
• V.34 : สามารถในการ 28,000 bps หรือทางเลือกเพื่อ 24,000 และ 19,200 มาตรฐานนี้มีการย้อนกลับเข้ากันได้กับ V.32 และ V.32bis
• V.34bis : สามารถในการ 33,600 bps หรือทางเลือกเพื่อ 31,200
• V.42 : อัตราการถ่ายโอนเช่นเดียวกับ V.34 แต่เป็นที่น่าเชื่อถือมากขึ้นเนื่องจากการแก้ไขข้อผิดพลาด
• V.42bis : โปรโตคอลการบีบอัดข้อมูลที่สามารถเปิดใช้งานโมเด็มเพื่อให้ได้อัตราการถ่ายโอนข้อมูลของ 34,000 bps
• V.44 : ช่วยให้การบีบอัดของเว็บเพจที่ท้าย ISP และ decompression โดยโมเด็ม V.44 ที่สอดคล้องเพื่อให้การส่งข้อมูลเดียวกันจะต้องส่งข้อมูลที่น้อยลง
• V.90 : มาตรฐานการส่งข้อมูลที่เร็วที่สุดสำหรับส่งข้อมูลแบบอะนาล็อกก็เป็นความสามารถในการ 56,000 bps
• V.92 : ส่งที่ความเร็วเดียวกับ V.90 แต่มีการจับมือกันลดเวลาและ - ถือคุณลักษณะ
Dial - up การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไม่จำเป็นต้องใช้ โครงสร้างพื้นฐาน อื่น ๆ นอกเหนือจาก เครือข่ายโทรศัพท์ การเข้าถึงโทรศัพท์สามารถใช้ได้อย่างกว้างขวาง, Dial - up ต้องใช้เวลาในการสร้างการเชื่อมต่อใช้งานโทรศัพท์ (ถึงหลายวินาทีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง) และดำเนินเชื่อมต่อกันเพื่อทำข้อมูลให้ตรงกันโพรโทคอก่อนที่จะถ่ายโอนข้อมูลสามารถเกิดขึ้น dial - up ยังคงเป็นประโยชน์ต่อนักเดินทาง Dial - up จะเป็นทางเลือกที่สามารถใช้ได้เฉพาะ ในชนบทห่างไกลหรือ พื้นที่ที่มีการติดตั้งบรอดแบนด์ไม่แพร่หลายเนื่องจากมีประชากรน้อยและความต้องการ เข้าถึง Dial - up อาจจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ใช้ในงบประมาณ จำกัด ตามที่ให้บริการฟรีโดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบางอย่าง แต่ความเร็วสูงจะเพิ่มมากขึ้นใช้ได้ในราคาที่ต่ำในหลายประเทศจึงมีการแข่งขันในตลาด
นายพรณรงค์ ปรัชญาประเสริฐ 5307797

